Software ซอฟท์แวร์ แก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ · Hardware ฮาร์ดแวร์ การแก้ปัญหาฮาร์ดแวร์ · Tips ทิปส์ ทิป เทคนิคคอมพิวเตอร์. ท่านต้องการรู้วิธีแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์
เหตุผลที่คุณควรใช้ไฟร์วอลล์คอมพิวเตอร์
แฮกเกอร์สามารถทำอะไรได้บ้าง ผลที่เกิดขึ้นอยู่กับลักษณะของการโจมตี ในขณะที่แฮกเกอร์บางคนอาจกระทำการบางอย่างเพียงเพื่อก่อกวนให้เกิดความรำคาญ เท่านั้น แต่บางรายอาจตั้งใจทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งในกรณีนี้ อาจเป็นความพยายามที่จะลบข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้ระบบการทำงานเสียหาย หรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต แฮกเกอร์บางรายไม่มีเจตนาอื่น นอกจากการเจาะเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่ เพียงพอ ไวรัส เวิร์ม และม้าโทรจันอาจสร้างความตกใจให้กับคุณ แต่คุณสามารถลดความเสี่ยงในการติดไวรัสดังกล่าวได้ด้วยการใช้ไฟร์วอลล์
วิธีการเลือกไฟร์วอลล์
ไฟร์วอลล์ จะตรวจสอบข้อมูลที่มาจากหรือส่งไปยังอินเทอร์เน็ต โดยจะแยกและยกเว้นข้อมูลที่มาจากตำแหน่งที่อันตรายหรือน่าสงสัย ถ้าคุณตั้งค่าไฟร์วอลล์ของคุณอย่างเหมาะสม แฮกเกอร์ที่ค้นหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ จะไม่พบเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
ประเภทของไฟร์วอลล์ที่มีอยู่โดยทั่วไปในปัจจุบันมีอยู่ 3 ประเภทขั้นตอนแรกในการเลือกไฟร์วอลล์คือการพิจารณาว่าไฟร์วอลล์ประเภทใดที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ โดยดูจากตัวเลือกต่อไปนี้
- ซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์
- ฮาร์ดแวร์เราเตอร์
- เราเตอร์ไร้สาย
ก่อนเริ่มตัดสินใจ ให้คุณตอบคำถามต่อไปนี้ (แล้วบันทึกคำตอบของคุณ)
คอมพิวเตอร์ที่จะใช้ไฟร์วอลล์มีทั้งหมดกี่เครื่อง คุณใช้ระบบปฏิบัติการอะไร (รุ่นของ Microsoft Windows®, Macintosh หรือ Linux) เพียงเท่านี้ คุณก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นคิดว่าไฟร์วอลล์ประเภทใดที่คุณจะใช้ คุณมีตัวเลือกอยู่หลายตัวเลือก โดยแต่ละตัวเลือกก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน
Internet Connection Firewall (เฉพาะ Windows Xp เท่านั้น)
Internet Connection Firewall (ICF) เป็นโปรแกรมที่ติดมากับ Windows XP โดยไม่ใช่โปรแกรมที่ทำงานแบบสแตนด์อโลน หรือใช้งานจาก Windows รุ่นอื่นๆ นอกจาก Windows XP หรือระบบปฏิบัติการอื่นๆ (เช่น Apple Macintosh หรือ Linux)
ข้อดี
- ซอฟต์แวร์นี้เป็นชุดซอฟต์แวร์ที่ติดมากับ Windows XP
- คุณไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์
ข้อเสีย
- คุณไม่สามารถใช้โปรแกรมนี้กับคอมพิวเตอร์หลายเครื่องได้
- มีใน Windows XP เท่านั้น
ซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์
ซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์จะทำงานกับ Windows 98, Windows ME และ Windows 2000 ได้ดี ซึ่งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละ เครื่อง ไฟร์วอลล์เหล่านี้ผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ต่างๆ คุณไม่จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์เหล่านี้ใน Windows XP เนื่องจากใน XP มีไฟร์วอลล์ติดตั้งมาให้แล้ว
ข้อดี
- ไม่ต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
- ไม่จำเป็นต้องเดินสายคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม
- ตัวเลือกนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
ข้อเสีย
- ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: การใช้ซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์โดยส่วนใหญ่จะต้องเสียค่าใช้จ่าย
- ก่อนเริ่มใช้งานอาจต้องมีการติดตั้งและตั้งค่า
- จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
ฮาร์ดแวร์เราเตอร์
ฮาร์ดแวร์เราเตอร์เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับเครือข่ายภายในบ้านที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
ข้อดี
- โดยปกติ ฮาร์ดแวร์เราเตอร์จะมีพอร์ตเครือข่ายอยู่ 4 พอร์ตเพื่อใช้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ เข้าด้วยกัน
- ฮาร์ดแวร์เราเตอร์สามารถให้บริการไฟร์วอลล์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง
ข้อเสีย
- จำเป็นต้องมีการเดินสาย ซึ่งจะทำให้พื้นที่วางเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไม่น่าดู
เราเตอร์ไร้สาย
ถ้าคุณมีหรือวาง แผนที่จะใช้เครือข่ายแบบไร้สาย คุณจำเป็นต้องใช้เราเตอร์ไร้สาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะไม่มีไฟร์วอลล์ติดมากับเราเตอร์ คุณจึงต้องซื้อไฟร์วอลล์แยกต่างหาก
ข้อดี
- เราเตอร์ไร้สายช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา เครื่อง PDA และเครื่องพิมพ์ได้โดยไม่ต้องใช้สาย
- เราเตอร์ไร้สายใช้สำหรับการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเข้ากับอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายได้เป็นอย่างดี
ข้อเสีย
- เราเตอร์ไร้สายกระจายข้อมูลโดยใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งจะทำให้ผู้อื่นที่อยู่ภายนอกบ้านของคุณสามารถดักข้อมูลนั้นไปได้ (โดยใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม)
- คุณจำเป็นต้องใส่การ์ดเครือข่ายไร้สายในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับ เราเตอร์ไร้สาย ดังนั้นคุณอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม
- โดยส่วนใหญ่จะไม่มีไฟร์วอลล์ติดมากับเราเตอร์ คุณอาจต้องซื้อไฟร์วอลล์แยกต่างหาก
วิธีป้องกันและการดูแลรักษา Printer Inkjet
วิธีการป้องกันการอุดตันของหัวพิมพ์
- เครื่อง Printer ควรถูกใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
- ถ้าไม่มีการใช้งาน ควรเปิดเครื่อง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อให้หัวพิมพ์ตรวจสอบสถานะน้ำหมึกภายในหัวพิมพ์ (หัวพิมพ์จะทำการฉีดหมึกใหม่เข้าไปและไล่น้ำหมึกเก่าออกซึ่งอาจจะเป็นการ สิ้นเปลืองน้ำหมึก แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าของหัวพิมพ์ในการซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่จะคุ้มกว่า)
- ก่อนนำตลับหมึกใส่ลงไปในเครื่อง ควรเขย่าตลับให้น้ำหมึกมารวมอยู่ด้านที่หัวพิมพ์จะเจาะเข้าไปเสียก่อน เพื่อให้หัวพิมพ์สามารถตรวจสอบหมึกภายในตลับได้ง่าย และเป็นการป้องกันการเกิดปัญหากับหัวพิมพ์ด้วย (เพราะเมื่อหัวพิมพ์เจาะเข้าไปแล้วดูดไม่เจอน้ำหมึกอากาศจะเข้าไปแทนน้ำหมึก ในช่องทางเดินหมึกซึ่งจะเป็นผลเสียต่อหัวพิมพ์ได้)
วิธีการดูแลรักษา Printer ให้ใช้งานได้ดีอยู่ตลอดเวลา
- ควรตั้งเครื่องพิมพ์ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองน้อย และหากมีผ้าคลุมเครื่องพิมพ์เพื่อป้องกันฝุ่นละอองขณะไม่ได้ใช้งานจะดีที่สุด
- ไม่ควรปล่อยให้เครื่องพิมพ์ไม่มีตลับหมึกในเครื่อง เพราะจะทำให้อากาศเข้าไปทำให้เกิดปัญหาหัวพิมพ์อุดตันได้ ควรสำรองตลับหมึก และเปลี่ยนทันทีเมื่อเครื่องพิมพ์แสดงไฟสถานะหมึกหมดติดสว่างเป็นสีแดง
- หากไม่มีการใช้งานเครื่องพิมพ์เป็นระยะเวลานาน ควรมีการเปิดเครื่องพิมพ์อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ สังเกตไฟแสดงสถานะเครื่องเปิดจะกระพริบ แล้วรอจนกระทั่งติดสว่าง จากนั้นค่อยปิดเครื่อง (เพื่อให้เครื่องพิมพ์ตรวจสอบระบบการทำงาน และระบบฉีดหมึกของหัวพิมพ์) มิฉะนั้นอาจทำให้หัวพิมพ์เกิดการอุดตันได้
เทคโนโลยีกริดคืออะไร?
เทคโนโลยีกริดได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นตั้งแต่ราวปี 1990 โดยได้รับแรงผลักดันจากทั้งภาคการศึกษา ธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยเชื่อกันว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นก้าวย่างถัดไปของการพัฒนาเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต เหมือนที่เทคโนโลยี www ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของโลก IT มาก่อนหน้านี้แล้ว
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีกริดในโลก ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหลายๆฝ่าย ทั้งฝ่ายภาครัฐ ได้แก่ภาคการศึกษา วิจัย โดยเฉพาะงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้พลังในการประมวลผลที่สูงมาก ซึ่งในปัจจุบันนานาประเทศได้มีการจัดตั้งโครงการกริดแห่งชาติขึ้น เพื่อดำเนินการด้านการสนับสนุนเทคโนโลยีกริดภายในประเทศ
ในส่วนของ ภาคธุรกิจ ได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกริดโดยเน้นไปที่การเข้าถึงข้อมูล และการทำงานร่วมกันระหว่างแอพลิเคชั่นต่าง Platform กันโดยอาศัยเทคโนโลยีกริดเป็นตัวกลางเป็นหลัก
จับผิดความเร็วอินเทอร์เน็ต
เห็นโฆษณามากมายกับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่วันนี้ไปไกล ถึง 12 Mbps
ความ เร็วขั้นเทพ ถึงขนาดส่งช้างไปได้ทั้งตัวแบบนี้...แต่บางครั้งก็ยังทำให้ผู้บริโภคอย่าง เรา ๆ ค้างคาใจ กับปัญหากระตุกหรือช้าไม่ทันใจ พาลสงสัยว่าเงินที่เสียเพิ่มไปนั้น ได้ความเร็วเพิ่มจริงหรือไม่
ปัญหานี้..จึงกลายเป็นปัญหาสำคัญของบรรดาผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
ซึ่ง นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) หน่วยงานในสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) บอกว่าปัจจุบันผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีประมาณ 13.6 ล้านคน ที่ผ่านมา สบท.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค เกี่ยวกับบริการอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่า เรื่องประสิทธิภาพและความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ใช้ไม่เป็นไปตามที่ผู้ให้ บริการโฆษณา เป็นเรื่องที่ถูกร้องเรียนเข้ามามากที่ สุดถึง 90%
ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ใช้บริการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มีประมาณ 80,000 ครั้งต่อเดือน ซึ่งการตรวจสอบเหล่านี้ เป็นไปแบบชั่วขณะไม่มีการเก็บข้อมูลหรือประมวลผลหาสาเหตุที่แท้จริง
สบท.จึงร่วมมือกับ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยจัดทำ “โครงการสำรวจและทดสอบคุณภาพความเร็วอินเทอร์เน็ต ปี 2552”
ผู้บริโภคสามารถทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ใช้ผ่าน www.speedtest.or.th เรียกว่าเป็นศูนย์กลางตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต
ด้าน พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย บอกถึงหลักการทำงานของระบบทดสอบความเร็วนี้ว่า เมื่อผู้บริโภคเข้าทดสอบผ่านเว็บ ระบบจะทดสอบกับผู้ให้บริการรายนั้นทันที แบบเรียลไทม์
โดยระบบจะเปิดโปรแกรมขนาดเล็ก (Java applet) ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ทดสอบ โปรแกรมดังกล่าวจะทำหน้าที่รับและส่งข้อมูลขนาดเล็กไปยังเครื่องแม่ข่าย ของผู้ให้บริการรายนั้น ๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันสมาคมได้วางเซิร์ฟเวอร์ไว้ที่ผู้ให้บริการ 9 รายจำนวน 11 แห่งในประเทศไทยและอีก 4 แห่งในต่างประเทศ และจะเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลกลาง
พ.ต.อ.ญาณพล บอกอีกว่า การทดสอบนี้จะเป็นการทดสอบความเร็ว ณ ช่วง เวลาใด ช่วงเวลาหนึ่ง ความเร็วที่ตรวจสอบได้ อาจจะไม่เท่ากันใน ทุกครั้งที่ทดสอบ เนื่องจากมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อความเร็ว เช่น ปัญหาคอขวด ทำให้การรับส่งข้อมูลไปกระจุกตัวอยู่ทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลลดลง หรืออุปกรณ์เน็ตเวิร์กพวกเร้าท์เตอร์ ถูกใช้งานจนเกินประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูล หรือช่วงเวลาในการใช้งานที่หนาแน่นก็ทำให้ความเร็วของการเชื่อมต่ออินเทอร์ เน็ตลดลงได้
โครงการนี้ ทั้ง สบท.และสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย บอกว่าไม่ใช่การจับผิด แต่ต้องการเป็นระบบกลางที่น่าเชื่อถือ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการให้ บริการแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการอินเทอร์เน็ต ต่าง ๆ
หากมีปัญหาเรื่องคุณภาพบริการจริง จะมีการส่งต่อข้อมูลให้กับ กทช. และคงต้องกลับมาดูเรื่องมาตรฐานการให้ข้อมูลผู้บริโภคด้วย ว่า...ไม่ใช่แค่ราคาคุย !!!
ช่วยกันคลิกเข้าไปเทสต์กันหน่อย แล้วอีก 3 เดือนมาดูกันว่า คุณภาพความเร็วอินเทอร์เน็ตบ้านเราเป็นอย่างไร !!!!.
Ubuntu 9.10 ใช้เวลาบูต 5 วินาทีบน SSD
ทีมงานของ Ars Technica ทดสอบบน Dell Inspiron 1420n พบว่าใช้เวลาเพียง 22 วินาที แต่ทีเด็ดอยู่ที่สถิติของ Canonical ที่ทดสอบกับ SSD และใช้เวลาเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น!!!
เทคนิคสำคัญที่ใช้ร่นเวลาการบูตคือ sreadahead ซึ่งอ่านไฟล์ที่จำเป็นต่อการบูตล่วงหน้า และจะเห็นผลชัดเจนเมื่อใช้ SSD ส่วนเทคนิคอีกอันที่ Ubuntu ใช้คือ Upstart ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่รุ่น 6.10 แต่มาปรับใช้อย่างจริงจังในรุ่นนี้ ทาง Canonical ตั้งเป้าว่า Ubuntu 10.04 จะต้องใช้เวลาบูตไม่เกิน 10 วินาที
ใครลองแล้วฝากช่วยยืนยัน ใครยังไม่ได้ลอง รออ่านรีวิวหลังตัวจริงออก
Dead Pixel บนจอแอลซีดีแก้ไขได้
จุดพิกเซลที่มีรูปร่างแตกต่างกันออกไป เช่นเป็นสี่เหลี่ยม หรือวงกลม ตามประเภทของจอ (เครดิต: Wikipedia)
ภาพจุดพิกเซลสีแดง เขียว และน้ำเงินของ LCD Monitor (เครดิต Wikipedia)
การใช้ซอฟต์แวร์แก้ปัญหา Dead Pixel
หลายคนเซ็งเมื่อเห็น"จุดสีดำ"ที่เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ออกซะทีบนหน้า จอแอลซีดีคู่ใจ วิกฤตจุดดำบนจอแอลซีดีถูกเรียกว่า “Dead Pixel” บ้าง “Stuck Pixel” บ้าง ต่อไปนี้คือวิธีแก้ไขเบื้องต้นที่อาจทำให้จุดดับบนจอหายไปโดยที่คุณไม่ต้อง ส่งซ่อมให้ยุ่งยาก
ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีการผลิตจอ LCD จะเดินทางมาไกลจนกระทั่งมี “วุฒิภาวะ” ในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม และกระบวนการผลิต LCD Panel ในปัจจุบันก็มีความแม่นยำสูงมาก แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าจอ LCD นั้นประกอบไปด้วยพิกเซลนับแสนหรือนับล้านจุด จึงเป็นไปได้ที่จุดพิกเซลจำนวนหนึ่ง (จากจุดนับล้านจุด) จะเสียหายจากการผลิต หรือเสื่อมไปก่อนเวลาอันควร ในขณะที่จุดพิกเซลที่เหลือยังคงทำงานได้ตามปกติ
คำว่า “พิกเซล” (Pixel) เป็นคำผสมที่เกิดจากคำว่า Pix (“pictures”) และ el (“element”) หมาย ถึงหน่วยเล็กที่สุดของภาพที่แสดงบนจอคอมพิวเตอร์ หรือบนกระดาษ หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นหนึ่งใน “จุด” เล็กๆ หลากสีที่เรียงชิดติดกันจนเป็นภาพที่เราสามารถรับรู้ได้นั่นเอง จอภาพที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นจอ CRT, LCD หรือ Plasma ต่างก็ประกอบไปด้วยจุด “พิกเซล” สีแดง น้ำเงิน และเขียว เรียงชิดติดกันเป็นจำนวนมหาศาลทั้งสิ้น และจุดต่างๆ เหล่านี้ก็จะดับและสว่างตามคำสั่งของวงจรควบคุม เพื่อเปล่งแสงสีต่างๆ ออกมา และเมื่อประกอบกับจุดสีต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ก็จะทำให้เกิดภาพที่เรามองเห็นได้บนจอแสดงผล
จุดพิกเซลอาจมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป เช่น สี่เหลี่ยม หรือวงกลม ขึ้นอยู่กับประเภทของจอ
เจ้าของจอ LCD หลายคนเคยพบปัญหา Stuck Pixel หรือ Dead Pixel อาการของปัญหานี้มี 2 แบบ ได้แก่
อาการแบบที่ 1: เมื่อจอแสดงภาพสีดำสนิท จะสังเกตเห็นว่าจุดบางจุดบนจอสว่างอย่างถาวร โดยจุดที่สว่างอาจเป็นสีแดง น้ำเงิน หรือเขียว ก็ได้ และถึงแม้จอจะเปลี่ยนไปแสดงภาพสีอื่นๆ จุดสว่างดังกล่าวก็ยังสว่างค้างเป็นสีเดิมอยู่ เราเรียกอาการนี้ว่า “Stuck Pixel” แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า “Stuck Pixel” คือ “Dead Pixel” ซึ่งจริงๆ แล้วมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อาการแบบที่ 2: จุดบางจุดบนจอดับสนิทอย่างถาวร ไม่ว่าจอจะแสดงภาพใดอยู่ก็ตาม ซึ่งเราเรียกพิกเซลที่มีอาการนี้ว่า “Dead Pixel” หรือพิกเซลที่ “ตาย” แล้วนั่นเอง บทความนี้จะนำเสนอวิธีการแก้ไข “Stuck Pixel” เท่านั้น แต่ไม่รวมถึงการแก้ไข “Dead Pixel”
วันนี้ LCDSPEC ขอนำเสนอเทคนิคต่างๆ ในการกำจัด Stuck Pixel ครับ แต่ ก่อนจะศึกษาเทคนิคการกำจัด Stuck Pixel คุณควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามขั้น ตอนในบทความนี้เสียก่อน ได้แก่
- ถ้าผู้ผลิตจอ LCD ของคุณกำหนดเงื่อนไขการรับประกันที่ครอบคลุมถึง Stuck/Dead Pixel อยู่แล้ว เมื่อจอของคุณเกิด Stuck pixel ขึ้น คุณควรปรึกษาบริษัทผู้ผลิตเสียก่อน และไม่ควรซ่อม Stuck pixel ด้วยตนเอง
- เทคนิคการกำจัด Stuck Pixel เป็นเทคนิคที่รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ และเป็นเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้ในหลายๆ กรณี LCDSPEC จะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับจอ LCD จากการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ในบทความนี้
- หลีกเลี่ยงการเปิดจอ LCD เพื่อดูอุปกรณ์ภายใน เพราะจะทำให้จอของคุณสิ้นสุดการประกันจากบริษัทผู้ผลิตโดยทันที
- หากคุณใช้เทคนิคที่ต้องใช้น้ำ กรุณาหลีกเลี่ยงการทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ของจอ LCD และเครื่องคอมพิวเตอร์เปียกน้ำ
- หลายๆ คนกล่าวว่าการใช้แรงกดบนเม็ด Pixel ของจอ LCD แล้วจะทำให้จอ LCD เสียหายมากขึ้นกว่าเดิม (ถึงแม้ว่าจะเป็นคำกล่าวที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ก็ตาม) หากคุณปฏิบัติตามวิธีในบทความนี้อย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายดังกล่าวได้
- จอ LCD ประกอบไปด้วยผลึกแก้วหลายๆ ชั้น (layer) ซึ่งมีความละเอียดและบอบบางเป็นอย่างมาก การใช้แรงกด หรือแตะ อาจทำให้ชิ้นส่วนบอบบางเหล่านั้นเกิดความเสียหายได้ คุณจึงต้องยอมรับความเสี่ยงดังกล่าวหากคุณต้องการปฏิบัติตามขั้นตอนที่นำเสนอในบทความนี้
หากคุณยอมรับทุกข้อที่กล่าวมา ต่อไปนี้คือ 4 เทคนิคเพื่อการกำจัด Stuck Pixel ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ได้แก่ การใช้ซอฟต์แวร์ การใช้แรงกด การแตะหรือเคาะเบาๆ และการใช้ความร้อน
##เทคนิคการใช้ Software
เทคนิค นี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า Stuck Pixel สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อมันถูกเปิด/ปิด ซ้ำๆ กันอย่างรวดเร็ว คุณควรลองใช้เทคนิคนี้ก่อนเป็นอันดับแรก และหากเทคนิคนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาให้คุณได้ จึงค่อยเปลี่ยนไปปฏิบัติตามเทคนิคถัดไป เทคนิคการใช้ Software นี้ใช้ได้ดีกับ LCD Monitor แต่ก็ไม่ผิดกติกาอะไรหากคุณจะนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปต่อกับ LCD TV แล้วรัน Software เหล่านี้
คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมช่วยแก้ไข Stuck Pixel ได้จาก Website ต่อไปนี้:
JScreenFix – เว็บไซท์ที่ใช้ Java Applet ซึ่งเป็นโปรแกรมเล็กๆ ที่จะช่วยขจัด Stuck pixel โดยการเปิด/ปิด พิกเซลแต่ละจุดบนจอเป็นจำนวน 60 ครั้งต่อวินาที
JeffPatch.com blog – สำหรับคนที่ใช้เครื่อง Mac ที่ Blog นี้ก็มีวีดีโอภาพกระพริบจาก Sony ที่อาจช่วยแก้ไข Stuck Pixel ได้
DPT 2.20 – โปรแกรมบน Windows ที่สามารถช่วยให้คุณค้นหา Stuck pixel ได้ง่ายขึ้น และมี “Pixel Exerciser” ที่ช่วยให้ Pixel ที่เสียหายกลับมาทำงานได้อย่างเดิม
UDPixel 2.1 – ฟรีแวร์บน Windows ที่ช่วยคุณค้นหา และแก้ไข Stuck Pixel
LCD Scrub – Screensaver สำหรับเครื่อง Mac ที่แสดงภาพกระพริบบนจอ เพื่อช่วยแก้ไข Stuck Pixel และแก้ไขอาการ Burn-in
##เทคนิคการใช้แรงกด
1.ปิดจอ LCD ของคุณ
2.นำผ้านิ่มๆ ชุบน้ำหมาดๆ (ถ้าใช้น้ำอุ่นจะได้ผลดีขึ้น และห้ามใช้ผ้าเปียก) มาห่อบริเวณหัวปากกาลูกลื่น, ดินสอ, ไขควงเล็กๆ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่ต้องเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีหัวแหลมคมที่จะทำให้จอ LCD เป็นรอยได้ เราขอแนะนำให้ใช้ปากกา Stylus ที่มากับเครื่อง PDA หรือ Smartphone สำหรับการนี้
3.ใช้ยาง หรือเชือกเส้นเล็กๆ มัดผ้าที่ห่อบริเวณหัวปากกาไว้ เพื่อไม่ให้ผ้าหลุดออกมาในขณะที่คุณนำปากกาไปกดบนจอ
4.นำ ปากกาที่เตรียมไว้ไปกดเบาๆ ที่ Stuck Pixel โดยพยายามกดให้ตรงกับจุด Pixel ที่เสียหายมากที่สุด การกดผิดพลาดอาจทำให้จุด Pixel ที่อยู่ข้างเคียงเสียหายตามไปด้วย
5.ระหว่างที่กด Stuck Pixel ให้กดปุ่ม Power ของจอ LCD เพื่อเปิดให้จอทำงาน
6.นำปากกาออกจากจอ แล้วตรวจสอบดูว่า Stuck Pixel หายเป็นปกติหรือไม่ หากยังไม่หายเป็นปกติ ให้ทำตามขั้นตอนข้อ 4 และ 5 อีกครั้ง โดยค่อยๆ เพิ่มแรงกดให้มากขึ้นทีละนิด
##เทคนิคการแตะ/เคาะเบาๆ ที่ Stuck Pixel
1.นำจอ LCD มาต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ และเปิดจอ LCD และเครื่องคอมพิวเตอร์
2.ใช้ โปรแกรมแต่งภาพสร้างภาพสีดำล้วน ที่มีขนาดเท่ากับจอ LCD ของคุณ เช่นหากคุณใช้จอ Full HD ก็ควรสร้างไฟล์ภาพสีดำที่มีขนาด 1,920 x 1,080 พิกเซล เป็นต้น แล้วนำภาพสีดำที่สร้างขึ้นมาแสดงแบบเต็มจอ ซึ่งการแสดงภาพสีดำนี้จะทำให้คุณสามารถมองเห็น Stuck pixel ได้อย่างชัดเจน
3.ใช้ ปากกาที่มีไม่มีหัวแหลมคม หรือใช้ Stylus ที่มากับเครื่อง PDA/Smartphone แตะเบาๆ ที่ Stuck Pixel ไม่ควรใช้แรงกดมากเกินไป แต่แรงกดนั้นจะต้องมากพอที่จะทำให้เม็ดพิกเซลที่ถูกแตะกระพริบแสงสีขาวๆ ในขณะที่ถูกแตะ หรือกล่าวได้ว่าหากเม็ดพิกเซลไม่กระพริบแสงสีขาว แสดงว่าคุณยังแตะมันไม่แรงพอนั่นเอง
4.พยายามแตะเป็นจังหวะอีก 5-10 ครั้ง โดยค่อยๆ เพิ่มแรงกดทีละนิด จนกว่าอาการ Stuck Pixel จะหายไป
5.นำ ไฟล์รูปภาพสีขาวล้วนแบบเต็มจอมาแสดง แล้วดูว่าอาการ Stuck Pixel หายไปหรือไม่ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทำให้ Pixel ข้างเคียงเกิดความเสียหาย
##เทคนิคการใช้ความร้อน
เทคนิค นี้มีประโยชน์ในกรณีที่เม็ด pixel กลายเป็นสีขาวหรือสีดำในบริเวณกว้าง และสามารถใช้ได้ดีกับเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค (แต่ก็ใช้ได้กับจอ LCD ทั่วไปได้เช่นกัน) การใช้เทคนิคนี้ มีความเสี่ยงที่จะทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคภายในจอ หรือภายในเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊คบุ้คเสียหายจากความร้อนได้ คุณจึงควร Backup ข้อมูลสำคัญไว้ก่อนจะลงมือปฏิบัติ และเทคนิคนี้อาจไม่ช่วยให้เม็ด Pixel ที่เสียหายเป็นบริเวณกว้างกลับมาเป็นปกติได้ทั้งหมด หรือถึงแม้จะแก้ไข Stuck Pixel ได้สำเร็จ จอของคุณก็อาจกลับมามีอาการเดิมอีกครั้ง
คุณสามารถแก้ไข Stuck Pixel โดยใช้ความร้อนตามขั้นตอนต่อไปนี้:
1.เทคนิค นี้จะต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง หรือเป็นวัน เราจึงแนะนำให้คุณเสียบปลั๊กเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คแทนการใช้พลังงานจาก แบตเตอรี่
2.ไปที่ Power Settings ใน Control Panel และตรวจสอบให้แน่ใจว่า Windows จะไม่ดับจอ LCD และจะไม่เข้าสู่โหมด Standby หรือ Hibernate เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ (ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องและจอจะถูกเปิดและทำงานตลอดเวลานั่นเอง)
3.กดหน้าจอของโน๊ตบุ้กให้เข้ามาใกล้ keyboard เล็กน้อย แต่ต้องไม่ใกล้ถึงขนาดที่ทำให้เครื่องหยุดทำงาน หลังจากนั้นให้วางโน๊ตบุ้คไว้ในที่แคบๆ ที่อากาศและความร้อนถ่ายเทไม่สะดวก เช่นตู้เล็กๆ หรือลิ้นชัก
4.ปล่อย ให้โน๊ตบุ้คของคุณทำงานอยู่อย่างนั้นหลายๆ ชั่วโมง หรือหลายๆ วัน ควรหมั่นเข้าไปตรวจสอบบ่อยๆ ว่า Stuck Pixel หายไปหรือไม่ การใช้ความร้อนจะทำให้ของเหลวในผลึก LCD ไหลอยู่ในเม็ด Pixel ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยยิ่งขึ้นในบางพื้นที่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ของเหลวดังกล่าวอาจจะไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของวงจรควบ คุม
Firefox 3.6 Beta มาพร้อม Persona และ fullscreen video
แถมยังสนับสนุน Web Open Font Format (WOFF) และพัฒนาส่วนของ HTML 5 ส่วน tag video ต่อด้วย ซึ่งตัวเล่น video สนับสนุน playback และการเปิดแบบ full screen อีกด้วยใครเป็นแฟน Firefox อดใจรอไม่ไหว ดาวน์โหลดเวอร์ชัน Beta มาเล่นก่อนได้ สำหรับท่านที่ใจเย็นรอได้ ก็ประมาณต้นปีหน้าครับ
ทำให้ Ubuntu 9.10 boot เร็วขึ้น
sudo add-apt-repository ppa:ubuntu-boot/ppa
sudo apt-get update
sudo apt-get dist-upgrade
คำสั่งข้างต้นเป็นการติดตั้ง upgrade kernel แกมบอกว่า boot 2 รอบ รับรองเร็วจริง
กำจัดไวรัส MSN IMprofile.net
อาการ:โปรแกรม MSN ของเราส่งข้อความออกไป โดยที่เราไม่ทราบ (อาจจะทราบจากที่เพื่อนทักว่า ส่งไรไปนั่นล่ะครับ)โดยข้อความที่ส่งไปนั้น จะคล้ายแบบนี้ครับ
rofl @ you http://www.imp rofile.net/members.php?member=[ชื่ออีเมล์ของคุณ]
i hope this isn't you http://s2.im profile.net/?member=[ชื่ออีเมล์ของคุณ]
emo http://www.im profile.net/?member=[ชื่ออีเมล์ของคุณ]
หรืออื่นๆ ในลักษณะที่คล้ายแบบนี้ครับ จะแตกต่างไปตามข้อความข้างหน้า แต่ให้สังเกต url ของเว็บครับจะเป็น improfile ครับ
วิธีการแก้ไข:หลังจากที่ติดไปแล้ว ให้ดาวน์โหลด โปรแกรมกำจัดเจ้า IMProfile ตัวนี้ไป ครับ
http://tech.mthai.com/dl-files/tech.mthai.com-impFix.zip
จากนั้นให้แตกไฟล์ Zip ออกมาครับ และรันโปรแกรม impFix.exe ครับ และโปรแกรมจะมีหน้าตาแบบนี้ครับ
ให้เราคลิก Remove the IMProfile.net ครับ จากนั้นโปรแกรมจะทำการค้นหาและกำจัดเจ้าไวรัสตัวนี้ทันทีครับ ซึ่งจะแสดงให้เห็นใน list ด้านล่างครับ
วิธีการป้องกัน:เมื่อเห็นหรือได้รับข้อความ ที่มีลักษณะข้างต้น อย่าคลิกเด็ดขาดให้แจ้งไปยังผู้ที่ส่งมา ว่าติดไวรัสตัวนี้แล้ว และให้เข้ามาดาวน์โหลดโปรแกรมกำจัดดังกล่าวไปใช้งานครับ
***เพิ่มเติม***
สำหรับท่านที่รันโปรแกรมนี้แล้ว พบหน้าต่างตามด้านล่างนะครับ ไม่ต้องตกใจ เพราะเครื่องท่านไม่มีตัวป่วนตัวนี้ติดอยู่ในเครื่องแต่อย่างใดครับ ดังนั้นโปรแกรมจึงแจ้งว่า พยายามลบไฟล์อันตรายแล้ว หากมีปัญหาอะไรให้แจ้งไปที่เว็บผู้ผลิตครับ
MSN block Checker ใครบล๊อกเรา เราก็เช็คได้
ระบบการตรวจสอบว่า Block หรือไม่นั้น อาศัยระบบเชื่อมต่อ Login เข้าไปยัง Server ของ MSN เหมือนว่า Bot ของเราเป็น User หนึ่งคนที่ signin เข้าไปใช้งานตามปรกติ ดังนั้น จึงสามารถดูได้ว่า ทางฝ่ายตรงข้ามนั้น Online อยู่หรือไม่
สำหรับการใช้งาน ให้กรอกชื่อ อีเมล์ของคนที่คุณต้องการจะ check ลงในช่อง และกด check รอสักครู่ เพื่อดูผลนะครับ หากผลที่ได้ เป็น Online แต่ใน list คุณเห็นเค้า offline นั่นหมายความว่าเค้า Block คุณแล้ว ดังนั้น เมล์ไปขอโทษกันซะนะครับ หุหุ
ส่วนถ้า เห็นเป็น offline ก็ยังไม่ต้องวิตกกังวลไปนะครับ เพราะนั่น แสดงว่า เค้ายังไม่ออนไลน์
สุดท้าย ถ้าผลออกมาเป็น unknow หรือ ระบุไม่ได้ นั่นแสดงว่า ระบบไม่สามารถเข้าระบบตรวจสอบได้
หมายเหตุ ระบบของ Mthai MSN Block Checker นั้น ไม่สามารถตรวจสอบได้ หากผู้ใช้ท่านนั้นใช้ อีเมล์อื่นๆ ในการ signin msn เช่น username@gmail.com เป็นต้น
นอกจากนี้ หากท่านต้องการเช็ค Block อย่างรวดเร็วสามารถใช้ ลิ้งค์ในรูปแบบของ
http://tech.mthai.com/msn-block-checker.php?email= และตามด้วย อีเมล์ ที่ต้องการเช็ค
เช่น http://tech.mthai.com/msn-block-checker.php?email=service@hotmail.com เป็นต้น
ติดตั้ง Virtualbox บน ubuntu 8.10
เริ่มติดตั้ง sudo apt-get install virtualbox
ช่วงนี้ก็จะรอการดาวน์โหลดนานหน่อย(ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเตอร์เน็ต)
เสร็จแล้วครับ ก็ลองเข้าเมนูโปรแกรม ก็จะพบว่า Virtualbox โผล่ขึ้นมาบนเมนูแล้ว
ต่อไปก็เหลือแค่ติดตั้ง OS ที่ต้องการลงไปเท่านั้นล่ะครับ
LDAP User Manage
Sis 5.5.5 มันใช้ระบบ Authen ผ่าน LDAP User คือมันไม่ได้ใช้ system user การใช้จัดการ user ผ่าน command line จึงเปลี่ยนวิธีการใหม่ ใครที่ประสบปัญหาการดูแล user ผ่าน Command line มารู้จักวิธีการจัดการหน่อยดีไหม
การเพิ่ม User
ใช้คำสั่ง smbldap-useradd
ตัวอย่าง smbldap-useradd -a -m -P myuser
-a เพิ่ม user
-m สร้างHome Directory ของ user ด้วย
-P สั่งให้ตั้ง Password ด้วย
จากตัวอย่างด้านบน เป็นการสั่งให้เพิ่ม user ที่ชื่อ myuser พร้อมสร้าง home directory และกำหนดรหัสผ่านด้วย
การเปลี่ยนรหัสผ่าน
ใช้คำสั่ง smbldap-passwd (user ที่จะเปลี่ยน)
ตัวอย่าง smbldap-passwd myuser
การลบ user
ใช้คำสั่ง smbldap-userdel (user ที่จะลบ)
ตัวอย่าง smbldap-userdel myuser
การเพิ่มกลุ่มผู้ใช้
ใช้คำสั่ง smbldap-groupadd (ชื่อ Group)
ตัวอย่าง smbldap-groupadd newgroup
การเพิ่ม user เข้าไปใน Group
ใช้คำสั่ง smbldap-groupmod -m (ชื่อ user) (ชื่อ Group ที่จะเข้า)
ตัวอย่าง smbldap-groupmod -m myuser newgroup
การลบ user ออกจาก Group
ใช้คำสั่ง smbldap-groupmod -x (ชื่อ user) (ชื่อ group ที่ลบออก)
ตัวอย่าง smbldap-groupmod -x myuser newgroup
เท่านี้ก็น่าจะพอใช้จัดการกับ user ในระบบ ldap ได้แล้วนะ
แต่แถมอีกคำสั่งดีกว่า คือ แสดงรายละเอียดของผู้ใช้และแก้ไข
แสดงรายละเอียดใช้ smbldap-usershow (ชื่อ user)
การแก้ไขใช้ smbldap-userinfo (ชื่อ user)
Mac Address Change เปลี่ยนเลข Mac Address ง่าย ๆ
วิธีการก็ไปดาวน์โหลดโปรแกรม http://www.phazeddl.com ลองค้นดู
ได้มาเสร็จก็จัดการติดตั้ง ซึ่งก็แบบ คลิก ๆ next ๆ อะครับ
ติดตั้งเสร็จก็จะมี icon รูปดังนี้ปรากฏบน Desktop
ก็จัดการ Double Click เพื่อเปิดใช้งานโปรแกรมครับ
โปรแกรมก็จะโหลด Card ที่เกี่ยวข้องที่มีค่า Mac Address ออกมา (ไม่จำกัดเฉพาะ LAN CARD นะ) เราก็ไปจำเอาเองว่าเรามี LAN CARD อยู่กี่ตัวก็จัดการเลือกเลย ตรงช่องว่างข้างปุ่ม Change Mac to ให้กรอก Mac Address ใหม่ลงไป แล้วจัดการกดที่ปุ่ม Change Mac to ระบบก็จะถามว่าเพื่อให้มีผลต่อการทำงาน ต้องการ Reboot เครื่องหรือไม่ ซึ่งก็ควร Reboot นั่นแล้ว คลิกที่ Yes ที่นี่ก็เป็นอันใช้งานได้แล้ว
ลองไปที่ เมนู/rum
พิมพ์ cmd เพื่อเข้า command line
พิมพ์ ipconfig /all แล้วดูว่าค่า Mac Address เปลี่ยนไปหรือยัง
แต่ถ้าทำไปแล้วใช้งานไม่ได้ ก็ไม่ต้องตกใจ ปุ่ม Change back ช่วยได้ ก็คลิกที่ปุ่มนี้เพื่อกลับไปใช้ค่าเดิม
เห็นไหมครับง่าย ๆ แค่นี้เอง วิธีการจะหา Mac Address แบบไม่ต้องคำนวณก็นี้เลยครับ หาเอาดื้อ ในระบบ LAN นั่นแหละ
คลิกที่ปุ่ม Scan แล้วรอจดเอา เท่านี้ละครับ ถามว่า Mac ชนกันได้ไหม มันก็ชนกันได้ถ้าไม่ต้องการรับ IP อัตโนมัติจาก DHCP นี่ล่ะคาถาหนีการ block mac address ของ Admin ง่าย ๆ ครับ